บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก มกราคม, 2026

สัตว์มองว่าเรา "พูดไม่ได้" เหมือนที่เรามองว่ามัน "พูดไม่ได้" หรือเปล่า?

รูปภาพ
  เรื่องสั้นประจำบทความ: ภาษาที่หายไปของเจ้าสองขา เจ้า "ถ่าน" แมวสีดำขลับนั่งมองเจ้านายของมันที่กำลังพ่นลมออกจากปากไม่หยุด "แก้ว... แก้วกินข้าวยังลูก? มาหาแม่เร็ว" ถ่านหรี่ตาลง มันไม่เข้าใจหรอกว่า "แก้ว" คืออะไร หรือ "ข้าว" คือคำไหน สำหรับถ่าน มนุษย์ตรงหน้าคือสิ่งมีชีวิตที่น่าสงสาร พวกเขาไม่มีความสามารถในการสื่อสารที่แท้จริงเลย หู: มนุษย์ขยับหูเพื่อแสดงอารมณ์ไม่ได้เหมือนมัน หาง: มนุษย์ไม่มีหางไว้บอกความโกรธหรือความสุข กลิ่น: มนุษย์พยายามกลบ "ภาษาที่จริงใจ" (กลิ่นตัว) ด้วยสารเคมีหอมๆ จนอ่านใจยาก "เมี้ยว" ถ่านครางเบาๆ พร้อมกับเดินไปคลอเคลียที่ขาแล้วยกหางม้วนเป็นรูปคำถาม มันกำลังถามว่า “เย็นนี้มีปลาไหม?” แต่สิ่งที่มนุษย์ทำคือการอุ้มมันขึ้นมาแล้วส่งเสียง "งุ้งงิ้ง" ที่ฟังดูไร้สาระที่สุดในโลก พวกมนุษย์นี่น่าสงสารจริงๆ ถ่านคิด เกิดมาพิการทางการสื่อสาร พูด (ด้วยท่าทางและกลิ่น) ก็ไม่ได้ เอาแต่พ่นลมออกจากปากประหลาดๆ ไปวันๆ มันถอนหายใจยาว ก่อนจะงับมือเจ้านายเบาๆ เป็นสัญญาณว่า "พอได้แล้ว" แต่เจ้านายกลับหัวเราะแล...

มองหา กับ มองเห็น : เมื่อคำตอบของชีวิตไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว

รูปภาพ
  “มองหา” กับ “มองเห็น” : เมื่อคำตอบของชีวิตไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว ทุกวันนี้ชีวิตคนเราดูเหมือนต้องรีบวิ่งตามอะไรบางอย่างอยู่ตลอดเวลา เรามักถูกสอนให้เป็นนัก “มองหา” เราถูกฝึกให้มองหาเป้าหมาย มองหาความสำเร็จ และมองหาความก้าวหน้าอยู่เสมอ การมีเป้าหมายที่ชัดเจนเปรียบเสมือนเข็มทิศที่ช่วยให้เราเดินได้เร็วขึ้น ไม่หลงทาง และไม่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่จำเป็น แต่น่าแปลกไหม... ที่ยิ่งเราจดจ่ออยู่กับการ “มองหา” มากเท่าไหร่ เรากลับยิ่งรู้สึกเหนื่อยและพลาดบางอย่างไปอย่างน่าเสียดาย ลองนึกภาพตอนเราเดินเข้าไปในซูเปอร์มาร์เก็ตพร้อมลิสต์ในมือว่าต้องซื้อ ข้าวสาร ไข่ นม และผัก ด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่ เราจะเดินเร็วมาก ไม่มองซ้าย ไม่มองขวา หยิบของครบตามลิสต์แล้วตรงไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินทันที ผลลัพธ์คือ เราได้ของครบตามแผน แต่ในขณะเดียวกัน เราก็พลาดที่จะเห็นสินค้าใหม่ๆ ที่น่าสนใจ พลาดของลดราคาที่คุ้มค่ากว่า หรือแม้แต่พลาดโอกาสที่จะได้ลองวัตถุดิบใหม่ๆ ที่อาจจะทำให้มื้อเย็นของเราพิเศษขึ้น ชีวิตก็เป็นเช่นนั้น... เมื่อเรามองหาเพียง “เป้าหมายเดียว” เรามักจะเผลอตัดสิ่งอื่นออกจากสายตาโดยอัตโนมัติ เพราะมันไม่อย...

ถ้า "ส้ม" ไม่ได้มีสีส้ม เราจะยังเรียกมันว่า "ส้ม" อยู่ไหม?

รูปภาพ
  บทสนทนา: ส้มที่ไม่ใช่สีส้ม แฮมแฮม: ( ยืนเกาะขอบลังไม้) "นี่ลุงชม... ถามจริง ถ้าวันหนึ่งเจ้าลูกกลมๆ พวกนี้มันเปลี่ยนเป็นสีฟ้า ลุงจะยังเรียกมันว่า ' ส้ม ' อยู่ป่ะ ?" ลุงชม: ( หยุดคัดส้มแล้วหันมามอง) "อ้าว ไอ้หนู ก็มันคือส้ม จะให้ข้าเรียกว่าอะไรล่ะ ? มะนาวเหรอ ? หรือจะให้เรียกว่า ' ฟ้า '?" แฮมแฮม: " ก็ชื่อมันมาจากสีไม่ใช่เหรอ ? ภาษาอังกฤษยังเรียก Orange เลย ถ้ามันเขียวคนเขาก็เรียก ' ส้มเขียวหวาน ' แต่นี่ถ้ามันไม่มีความส้มเหลืออยู่เลย... คำว่า ' ส้ม ' มันจะยังมีความหมายอะไรอีกล่ะลุง ?" ลุงชม: ( หัวเราะหึๆ) "แกมองตื้นไปแฮมแฮม ภาษาคือสมมติ แต่รสชาติคือของจริง ต่อให้มันสีม่วงเหมือนกะปิ แต่พอกัดเข้าไปแล้วน้ำหวานฉ่ำ กลิ่นตีขึ้นจมูกแบบนี้ ข้าก็ยังเรียกมันว่าส้มอยู่ดี เพราะ ' ความเป็นส้ม ' มันไม่ได้อยู่ที่เปลือก แต่มันอยู่ที่เนื้อใน" แฮมแฮม: " โห ลุงคมจัด! แต่มันจะไม่สับสนเหรอ ? สมมติผมสั่งน้ำส้ม แล้วลุงยื่นน้ำสีดำปี๋มาให้ ผมคงคิดว่าลุงเอาน้ำซีอิ๊วมาหลอกขายผมแน่ๆ จินตนาการมันผูกติดกับชื่อไปแล้วนะ...

ขาย “อายุขัย” แลกเงิน?

รูปภาพ
  เรื่องสั้นประจำบทความ สัญญาเช่าวิญญาณในราคา 240 ล้าน (เรื่องสั้นแนวไซไฟ-ปรัชญา ฉลาดแกมโกง คิดแก้ปัญหาชีวิต) โดย บทสรุปฉบับแฮมแฮม ในนครหลวงปี 2045 บริษัท "อีเทอร์นิตี้" เปิดเคาน์เตอร์รับซื้ออายุขัยอย่างเป็นทางการ ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปด้วยความหวังว่าเงิน 200 ล้านบาทจะเปลี่ยนชีวิตเขาได้ เขาพร้อมสละเวลา 10 ปีเพื่อแลกกับความมั่งคั่ง แต่พนักงานสาวหลังเคาน์เตอร์กลับยิ้มให้เขาอย่างสมเพช "คุณรู้ไหม..." เธอเอ่ยพลางคีย์ข้อมูล "คนส่วนใหญ่ข้างนอกนั่นขายเวลาให้บริษัทวันละ 8-10 ชั่วโมง แลกกับเงินเดือนไม่กี่หมื่น เมื่อคำนวณออกมาแล้ว พวกเขาขายสิบปีของชีวิตไปในราคาแค่ไม่กี่ล้านบาทเท่านั้น ถูกกว่าที่คุณเรียกขอตั้งหลายเท่า" แล้วแบบนี้คุณคิดจริงๆเหรอว่าบริษัทของเราจะรับซื้อเวลาชีวิตของคุณในราคาสูงขนาดนี้ ชายหนุ่มชะงัก พนักงานสาวพูดต่อ "พวกเขาไม่ได้แค่ขายเวลา แต่ขาย 'ความหมาย' ของการมีชีวิตไปในงานที่เกลียดชังด้วย ทุกวินาทีที่นั่งหลังขดหลังแข็งทำสิ่งที่ไม่อยากทำ นาฬิกาชีวิตของพวกเขาเดินเร็วกว่าปกติเป็นสองเท่าเสมอ" "แล้วผมควรทำยังไง?" เขาถาม พนัก...

บทความดีๆ เส้นทางที่ต้องเลือก

รูปภาพ
  บทความนี้ผมมีประสบการณ์จะมาแชร์ให้ฟังครับ  ก็ไม่หรอก อาจจะแค่อยากมาบ่นก็ได้ งั้นเอาเป็นว่าบทความนี้ขอบ่นหน่อยละกัน คือเมื่อวานนี้เนี่ย ผมได้วางแผนในการทำงาน โดยมี YouTube เป็นจุดศูนย์กลาง ใช่ครับผมเป็นเจ้าของช่อง YouTube ที่ชื่อว่า บทสรุปฉบับแฮมแฮม เป็นช่องแนวแบ่งปันแนวคิดดีๆในรูปแบบต่างๆไม่ว่าจะเป็น podcast เรื่องสั้นหรือนิทาน ซึ่งปีนี้ผมวางแผนจะทำ Talking Head ด้วย  ผมคิดระบบขึ้นมาได้ ซึ่งเป็นระบบที่ผมค่อนข้างที่จะชอบเลยทีเดียว เพราะว่าทุกวันนี้ผมแทบจะไม่มีเวลาทำคลิปอยู่แล้ว ถ้าจะให้ทำอย่างอื่นเพิ่มเติมเนี่ยคงไม่มีทางทำได้หรอก  แต่ระบบที่ผมคิดขึ้นมานั้นมันเป็นระบบที่ใช้ของเดิมเกือบทั้งหมด ผมก็เลยคิดว่ามันน่าจะผ่านไปได้อย่างง่ายดาย  ระบบที่ว่าประกอบไปด้วย Blogger Pinterest แล้วก็ e-book  3 ตัวนี้แหละจะเป็นวงจรสำคัญในการสร้างจักรวาล บทสรุปฉบับแฮมแฮมในอนาคต  และนี่คือสิ่งที่ผมวางแผนจะทำใน 1 วัน  Blogger ผมได้ทำล่วงหน้าไปแล้วครับทุกคน ทำล่วงหน้าไปเมื่อ 6 เดือนก่อน เขียนบทความตั้งโพสต์ล่วงหน้าไว้แล้ว จนตอนนี้บทความมีมากพอที่จะยื่นสร้างรายได้ ทุกอ...

คืน “ของเน่า” ให้เจ้าของ: เลิกแบกขยะคนอื่น แล้วกลับมาใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง

รูปภาพ
  คืน “ของเน่า” ให้เจ้าของ: เลิกแบกขยะคนอื่น แล้วกลับมาใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง ต้องขอโทษเหลือหลายที่ห่างหายจากการเขียนบทความไปเกือบครึ่งเดือน ปีใหม่ปีนี้มีเรื่องให้ผมต้องจัดระเบียบเพียบเลยครับ  และช่วงที่หายไปก็ทำให้ผมคิดได้หลายเรื่องเลย และหนึ่งในนั้นคือ คำของคน เรื่องนี้ส่วนตัวผมมองว่ามันเป้นเรื่องสำคัญและมาแรงพอๆกัน กับฝุ่น PM 2.5ในช่วงนี้เลยก็ว่าได้ครับ เรามักจะเจอ "คนหวังดี (ประสงค์ร้าย)" หรือพวกที่ชอบสาดคำพูดแย่ๆ ใส่คนอื่นอยู่บ่อยๆ หลายครั้งที่ผมเผลอเก็บคำพวกนั้นมาคิดวนเวียนจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เหมือนเรากำลังพยายามกวาดน้ำทะเลให้เรียบนิ่ง ซึ่งบอกเลยว่า "ทำไปก็เหนื่อยฟรี" เพราะเราไม่มีทางควบคุมสิ่งที่ออกมาจากปากคนอื่นได้เลย บทความนี้ผมอยากจะชวนเพื่อนๆที่ผ่านมาอ่าน คุยเรื่องการ "คืนของเน่าให้เจ้าของ" เพื่อให้เราเลิกแบกโลกไว้บนไหล่ แล้วหันมาดูแลใจตัวเองกันดีกว่า 1. ใครเอาขยะมาวาง อย่าไปหยิบเข้าบ้าน! ลองนึกภาพสิครับว่า คุณนั่งเล่นอยู่ในบ้านชิลๆ แล้วมีคนหิ้วถุงขยะเน่าๆ เหม็นหึ่งมาวางปัง! ไว้หน้าบ้านคุณ แถมยังตะโกนด่าทอสารพัด ในวินาทีนั้น อำนาจอยู่ที่คุณครับ...