ขาย “อายุขัย” แลกเงิน?
เรื่องสั้นประจำบทความ สัญญาเช่าวิญญาณในราคา 240 ล้าน
ในนครหลวงปี 2045 บริษัท "อีเทอร์นิตี้" เปิดเคาน์เตอร์รับซื้ออายุขัยอย่างเป็นทางการ ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้าไปด้วยความหวังว่าเงิน 200 ล้านบาทจะเปลี่ยนชีวิตเขาได้ เขาพร้อมสละเวลา 10 ปีเพื่อแลกกับความมั่งคั่ง แต่พนักงานสาวหลังเคาน์เตอร์กลับยิ้มให้เขาอย่างสมเพช
"คุณรู้ไหม..." เธอเอ่ยพลางคีย์ข้อมูล "คนส่วนใหญ่ข้างนอกนั่นขายเวลาให้บริษัทวันละ 8-10 ชั่วโมง แลกกับเงินเดือนไม่กี่หมื่น เมื่อคำนวณออกมาแล้ว พวกเขาขายสิบปีของชีวิตไปในราคาแค่ไม่กี่ล้านบาทเท่านั้น ถูกกว่าที่คุณเรียกขอตั้งหลายเท่า" แล้วแบบนี้คุณคิดจริงๆเหรอว่าบริษัทของเราจะรับซื้อเวลาชีวิตของคุณในราคาสูงขนาดนี้
ชายหนุ่มชะงัก พนักงานสาวพูดต่อ "พวกเขาไม่ได้แค่ขายเวลา แต่ขาย 'ความหมาย' ของการมีชีวิตไปในงานที่เกลียดชังด้วย ทุกวินาทีที่นั่งหลังขดหลังแข็งทำสิ่งที่ไม่อยากทำ นาฬิกาชีวิตของพวกเขาเดินเร็วกว่าปกติเป็นสองเท่าเสมอ"
"แล้วผมควรทำยังไง?" เขาถาม
พนักงานสาวคิดก่อนจะพูดขึ้นว่า "ฉันมีข้อเสนอใหม่ให้กับคุณ" เอาเงินทั้งหมดของคุณมาให้ฉันตอนนี้แล้วฉันจะบอก ชายหนุ่มผู้ถังแตกส่งเงินอันน้อยนิดให้กับเธอด้วยความสงสัย เมื่อได้รับเงินพนักงานสาวแอบกระซิบ "ฉันไม่ซื้อเวลาของคุณ แต่ฉันจะให้คุณจ้างตัวคุณเอง ให้ทำในสิ่งที่คุณรักที่สุด วันละ 1 ชั่วโมง... หากคุณทำได้จริง 10 ปีที่คุณสละมา จะมีมูลค่าพุ่งสูงถึง 240 ล้านทันที เพราะที่เหลืออีก 23 ชั่วโมงของคุณจะเป็น 'ชีวิต' ของคุณจริงๆ ไม่ใช่เวลาเช่าขององค์กร"
ชายหนุ่มก้มมองหน้าพนักงานสาวแล้วคิด ความจริงที่น่ากลัวกว่าความตาย คือการค้นพบว่าที่ผ่านมาเขาขายลมหายใจให้โลกใบนี้ในราคาถูกเพียงใด
ถ้ามีคนขอซื้อ “อายุขัย” คุณ 10 ปี... คุณจะเรียกราคาเท่าไหร่?
เอาละครับหลังฟังเรื่องสั้นจบ ขบคิดพอประมาณ ทีนี้มาเข้าเรื่องกัน วันนี้ผมอยากช่วนทุกๆคนลองจินตนาการเล่นๆ ดูนะครับว่า ถ้าพรุ่งนี้มีมหาเศรษฐีเดินมาเคาะประตูบ้านคุณ แล้วยื่นข้อเสนอว่า "ผมขอซื้อเวลาชีวิตคุณ 10 ปี แลกกับเงินก้อนหนึ่ง" เงื่อนไขคือ จากเดิมที่คุณอาจจะอยู่ได้ถึงอายุ 70 ปี คุณจะต้องจากโลกนี้ไปตอนอายุ 60 ปีแทน... เป็นคุณ คุณจะเรียกเงินเท่าไหร่ครับ?
บางคนอาจจะบอกว่า "200 ล้านบาท" (ปีละ 20 ล้าน) เพราะอยากใช้ชีวิตที่เหลือแบบราชา บางคนอาจจะเรียก "500 ล้านบาท" เพื่อส่งต่อความมั่งคั่งให้ครอบครัว หรือบางคนอาจจะส่ายหน้าแล้วตอบว่า "ต่อให้เอาเงินมากองเท่าภูเขาก็ไม่ขาย!" เพราะเวลาคือสิ่งเดียวที่หาซื้อกลับมาไม่ได้
แต่เชื่อไหมครับ... ในโลกแห่งความเป็นจริง พวกเราหลายคนกำลัง "ขายอายุขัย" ของตัวเองทิ้งไปในราคาที่ถูกจนน่าใจหาย
เราขาย "เวลาชีวิต" ให้บริษัทในราคาเท่าไหร่?
กลับมาสู่ความจริงที่เจ็บปวดครับ พนักงานออฟฟิศอย่างเราๆ นี่แหละที่กำลังทำสัญญา "ขายอายุขัย" ให้กับองค์กรอยู่ทุกวัน ถ้าคุณทำงานให้บริษัทหนึ่งมา 10 ปี นั่นหมายความว่าคุณได้สละเวลาเสี้ยวหนึ่งของชีวิตให้ที่นั่นไปแล้ว 10 ปีเต็ม
ลองมาลองดีดลูกคิดกันดูเล่นๆ ว่าราคาที่คุณขายไปน่ะ คุ้มค่าหรือเปล่า?
สมมติคุณเป็นพนักงานระดับเงินเดือนดีเลยนะ เฉลี่ยเดือนละ 100,000 บาท
1 ปี คุณจะได้เงิน 1,200,000 บาท
10 ปี คุณจะได้เงินรวม 12,000,000 บาท (หักภาษีแล้วอาจจะเหลือแค่ 10 ล้าน)
นั่นหมายความว่า อายุขัย 10 ปีของคุณ มีมูลค่าแค่ 10 ล้านบาทเองเหรอ? ดูน้อยกว่า 200 ล้านที่เราฝันไว้ลิบลับเลยใช่ไหมครับ ซึ่งต้องขอพูดให้ชัดๆทำลายฝันอีกรอบ นี้คือเงินเดือนดีที่คนส่วนใหญ่ได้ไม่ถึงซะด้วยนะครับ
คณิตศาสตร์ของการ "ขายเวลา"
แน่นอนว่าเราไม่ได้ทำงาน 24 ชั่วโมง (ไม่งั้นคงตายก่อนได้ใช้เงินกันพอดี) ถ้าเราลองปรับตัวเลขตามเวลาทำงานจริงดู:
ถ้าทำงานวันละ 8 ชั่วโมง: เท่ากับเราขายเวลาไป 1 ใน 3 ของวัน มูลค่า 10 ปีจะขยับขึ้นมาเป็น 30 ล้านบาท
ถ้างานนั้นเทพมาก ทำแค่วันละ 2 ชั่วโมงแต่ได้เงินเท่าเดิม: มูลค่าอายุขัย 10 ปีของคุณจะพุ่งไปที่ 120 ล้านบาท
และถ้าทำแค่วันละ 1 ชั่วโมง: ยินดีด้วยครับ! คุณขายเวลาได้ในราคา 240 ล้านบาท เริ่มเข้าใกล้ตัวเลขในฝันแล้ว!
แต่มันมีปัญหาอยู่ข้อเดียวคือ... ไม่มีบริษัทไหนหรอกครับที่จะจ่ายเงินเดือนหลักแสน เพื่อให้เรานั่งทำงานแค่ชั่วโมงเดียว!
ทางออกไม่ใช่การ "เลิกทำงาน" แต่คือการ "เลือกงาน"
ถ้าเราเพิ่มมูลค่าด้วยการลดเวลาทำงานไม่ได้ สิ่งที่เราทำได้คือ "เปลี่ยนความรู้สึกที่มีต่องาน" ครับ
มีผู้บริหารระดับโลกหลายคนที่ไม่เชื่อเรื่อง Work-Life Balance แต่เขาเชื่อใน "Work is Life" คือมองว่างานกับชีวิตคือเรื่องเดียวกัน เพราะถ้าคุณใช้เวลา 8-10 ชั่วโมงต่อวันไปกับสิ่งที่คุณเกลียด นั่นเท่ากับคุณกำลังทิ้งอายุขัยส่วนนั้นไปเปล่าๆ
แต่ถ้างานที่คุณทำ คือสิ่งที่คุณรักล่ะ? ต่อให้คุณต้องนั่งโต๊ะทำงาน 10 ชั่วโมง แต่ถ้ามีช่วงเวลาที่คุณเบื่อจริงๆ แค่ 1 ชั่วโมง เท่ากับว่าในวันนั้นคุณเสีย "อายุขัย" ไปแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น ส่วนที่เหลือคือ "การใช้ชีวิต" ที่มีความสุข
บทสรุป: อย่าขายชีวิตตัวเองในราคาถูก
เรื่องนี้สอนให้เรารู้ซึ้งถึง 2 อย่างครับ
ตระหนักถึงมูลค่าตัวเอง: การทุ่มเทให้งานเป็นเรื่องดี แต่ต้องจำไว้ว่าคุณกำลังแลกมันด้วย "เวลาที่ไม่มีวันย้อนกลับ" อย่าขายมันในราคาที่ถูกเกินไปจนลืมดูแลสุขภาพหรือครอบครัว
หางานที่ใช่ให้เจอ: จงทำงานที่ทำให้คุณรู้สึกมีชีวิตชีวา เพราะเมื่อไหร่ที่คุณรักงานที่ทำ ราคาของ "อายุขัย" ของคุณจะพุ่งสูงขึ้นทันที เพราะคุณไม่ได้กำลัง "ขายเวลา" แต่คุณกำลัง "ใช้เวลา" อย่างคุ้มค่าต่างหาก
แล้ววันนี้... คุณประเมินราคาเวลาของคุณไว้ที่เท่าไหร่ครับ? ลองคอมเมนต์มาคุยกันได้นะ!
บทความที่คุณอาจชอบ
คืน “ของเน่า” ให้เจ้าของ: เลิกแบกขยะคนอื่น แล้วกลับมาใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง

ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น