มนุษย์ไม่ได้ขี้เกียจ เราแค่ชอบทำสิ่งที่ทำให้เราสนุก(ทฤษฎีความสนุก)


เคล็ดลับสู้ความขี้เกียจด้วย ทฤษฎีความสนุก


 มีประโยคหนึ่งที่ผมชอบมาก เขาพูดว่า มนุษย์เราไม่ได้ขี้เกียจเสมอไป เราแค่ชอบทำอะไรที่ทำให้เรารู้สึกดี ซึ่งก็จริง ทุกวันนี้พอลองคิดดู สิ่งต่างๆที่ผมทำและอยากทำ ล้วนเป็นสิ่งที่มีแนวโน้มทำให้ผมรู้สึกดีทั้งนั้นเลย 

อะไรก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกดีเราจะอยากทำมันไปตลอดและอะไรก็ตามที่ทำให้เรารู้สึกแย่เราจะไม่ค่อยอยากยุ่งเกี่ยวกับมันสักเท่าไหร่ 

กระทั่งวันหนึ่งผมได้ดูคลิปใน YouTube เป็นคลิปเกี่ยวกับบันไดเปียโน คือเขาเอาบันไดธรรมดามาเปลี่ยนเป็นบันไดที่มีเสียงเหมือนเปียโน ทุกครั้งที่มีคนก้าวเดินบนบันไดมันก็จะมีเสียงดัง พอเป็นแบบนั้นคนที่เดินขึ้นบันไดก็จะรู้สึกตื่นเต้นและสนุก และอยากจะเดินต่อ 

ในคลิปนั้นแสดงออกให้เห็นว่าคนส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะยืนบนบันไดเลื่อนกันหมด แต่พอทำการเปลี่ยนบันไดธรรมดาให้กลายเป็นบันไดเปียโนปุ๊บ ผู้คนมากมายก็เปลี่ยนใจเดินขึ้นลงบันไดเฉยเลย 

นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่า เราไม่ได้ขี้เกียจเดินขึ้นบันไดหรอก เราไม่ได้รู้สึกว่าบันไดเลื่อนทำให้เราสบายกว่าเท่านั้น เพียงแต่การเดินขึ้นบันไดธรรมดามันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกดีตรงไหนเลย มันเป็นเรื่องธรรมดาที่แสนน่าเบื่อแถมยังเหนื่อย คนส่วนใหญ่ก็เลยเลือกที่จะเดินขึ้นบันไดเลื่อนแทน

แต่พอเปลี่ยนบันไดธรรมดาให้มีเสียง การเดินขึ้นบันไดก็ไม่น่าเบื่ออีกต่อไป ความสนุกและทุกคนก็อยากจะเดินขึ้นบันไดธรรมดา 

แนวคิดนี้ผมไปศึกษาเพิ่มเติมแล้วพบว่านี่ไม่ใช่แคมเปญโฆษณาเล่นๆแต่มันคือสิ่งที่เรียกว่าทฤษฎีความสนุก แล้วก็ไม่ได้มีแค่บันไดเปียโนด้วยครับ มีทั้งบันไดเปียโน ที่เปลี่ยนบันไดธรรมดาให้มีเสียงเหมือนเปีย 

มีทั้งถังขยะส่งเสียง ที่เมื่อเราทิ้งขยะลงไปในถัง มันจะมีเสียงเหมือนกับว่าขยะกำลังตกลงไปจากที่สูง มีทั้งเกมเก็บคะแนนความเร็ว  นั่นคือแทนที่จะปรับคนที่ขับรถเร็ว พวกเขากลับเลือกให้รางวัลกับคนที่ขับรถปกติแทน 

ดูเหมือนความสนุกจะเปลี่ยนพฤติกรรมของมนุษย์เราได้จริงๆ พูดมาถึงตรงนี้ผมว่าไม่มากก็น้อย เพื่อนคงจะคิดแบบผมอยู่แน่ๆ 

เราจะนำทฤษฎีความสนุกมาประยุกต์ใช้กับชีวิตเราได้อย่างไร 

ซึ่งการนำทฤษฎีความสนุกมาใช้ในบริบทของคนไทย ถือว่ามีแต้มต่อมากครับ เพราะพื้นฐานนิสัยคนไทยคือ ความสนุก และ ความมีน้ำใจ(เป็นคนๆไปอะนะ)

มนุษย์ไม่ได้ขี้เกียจเราแค่ชอบสิ่งที่สนุกกว่า

จากที่ผมนั่งนึกดูนะครับผมนึกออก 2 ข้อที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตผมได้ 

ข้อที่ 1 คือจินตนาการครับ 

อันนี้แหละสนุกของแท้ แต่ไม่ต้องลงทุนเลยสักบาท ผมจินตนาการได้ครับว่ากำลังเล่นเกม ยกตัวอย่างเช่นขณะเขียนบทความนี้ ถ้าผมแค่เขียนบทความเพราะมองว่ามันเป็นงาน มันก็จะน่าเบื่อใช่ไหมครับ 

แต่ถ้าผมมองว่ามันคือเกมล่ะ การเขียนบทความคือการเก็บค่าประสบการณ์ หรือการเขียนบทความเท่ากับการปราบบอส มันจะสนุกขึ้นเลยใช่ไหม 

เอาจริงๆมันก็เหมือนการหลอกตัวเองนิดๆ แต่เราสามารถทำให้มันสนุกขึ้นได้จริงโดยใช้สิ่งที่เรียกว่าเงินยังไงล่ะ อย่างที่รู้กันว่าผมมีช่อง YouTube ที่ชื่อว่าบทสรุปฉบับแฮมแฮม 

การทำ YouTube ช็อต 1 คลิป เท่ากับการปราบมอนสเตอร์กีกี้ 1 ตัวและผมจะได้Item Drop เป็นเงินจากมอนสเตอร์ ตัวนั้น ซึ่งมันก็ได้จริงๆซะด้วย 

แต่ความรู้สึกต่างกันนะครับ จากการทำคลิปเพื่อการทำงานได้เงิน กับการจินตนาการว่าฉันกำลังต่อสู้กับปีศาจแล้วได้เงิน 

ดังนั้นแค่มีจินตนาการเราก็สามารถที่จะ ทำให้กิจวัตรประจำวันที่แสนน่าเบื่อ กลายเป็นเรื่องสนุกได้แล้ว 

ถ้าผมเปลี่ยนจากการชวนลูกเก็บของเล่น มาเป็นแข่งกันเก็บของเล่นล่ะ เห็นไหมครับทำสิ่งเดิมแท้ๆแค่เปลี่ยนให้มันเป็นเกมก็สนุกได้แล้ว 

อย่างที่ 2 ครับที่ผมนึกออกก็คือการให้รางวัล 

ก็เหมือนกับที่ทำคลิปแล้วได้เงิน แต่กิจกรรมอื่นๆมันไม่ได้ได้เงินนี่ อย่างเช่นการเขียนบทความอันนี้ เนื่องจากผมยังเปิดสร้างรายได้ไม่ผ่าน บทความนี้ก็เหมือนเขียนเฉยๆโดยไม่ได้อะไรเลย 

ก็ในเมื่อไม่มีใครให้อะไรเรา งั้นเราก็ให้รางวัลเองก็เลยก็สิ้นเรื่อง 

ผมสามารถสร้างเงื่อนไขให้ตัวเองประมาณว่า ถ้าผมเขียนบทความนี้จบแล้วมีความยาวเกิน 1,000 คำได้ ผมจะให้รางวัลตัวเองเป็นการกินไอติมที่อยู่ในตู้เย็น 1 แท่งทันที 

เท่านี้ความท้าทายในการเขียนบทความที่มีความยาวเกิน 1,000 คำก็เกิดขึ้นแล้ว 

ถ้าแนวคิดที่ผมพูดตอนต้นคลิปที่ว่า คนเราชอบสิ่งที่ทำให้รู้สึกดี เป็นความจริงแล้วล่ะก็ การเปลี่ยนทุกอย่างให้สนุก การคิดหาวิธีทำสิ่งต่างๆในชีวิตให้เรารู้สึกดีให้ได้ ก็เป็นสิ่งที่เราควรให้ความสำคัญกับมันครับ 

เพราะถ้าเรารู้สึกดีกับชีวิตเมื่อไหร่ ชีวิตของเราก็จะมีคุณค่าและมีความหมายมากขึ้นเท่านั้น ที่สำคัญทุกคนไขว่คว้าหาความสุข ถามว่าทำไมเราถึงไขว่คว้าหาความสุขเพราะความสุขทำให้เรารู้สึกดียังไงล่ะ 

ว้าวสุดท้ายแล้วมนุษย์ทุกคนชอบสิ่งที่ทำให้รู้สึกดีจริงๆนะเนี่ย 

เอาล่ะคนที่อยากรู้สึกดีก็ลองนำแนวคิดของผมไปใช้ดูนะครับ แต่แน่นอนว่าผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะนึกออกทั้งหมด ถ้าใครมีวิธีลับๆสุดเจ๋งที่ผมยังไม่รู้ก็ฝาก Comment บอกกันหน่อยนะครับ จะขอบคุณมากๆเลย 

บทความที่คุณอาจจะชอบ



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

AI ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น...แต่ผมกลับขี้เกียจลง

เมื่อคนทำช่องใช้เสียง...ไม่มีเสียง: บทเรียนจากไข้หวัด

มองหา กับ มองเห็น : เมื่อคำตอบของชีวิตไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว