ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็น Introvert
ผมเคยคิดว่าตัวเองเป็น Introvert
นี่ก็ผ่านมาจะ 10 ปีแล้วมั้งครับที่แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องIntrovert และ Extrovert ได้แพร่หลายและกระจายไปทั่ว คนส่วนใหญ่เชื่อไปตามนั้น
ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าพวกเขา ไปอ่านหนังสือเล่มไหนกันมาแต่ส่วนตัวของผมนั้น ผมได้ฟังการรีวิวหนังสือจากช่อง The Standard และดูเหมือนหนังสือเล่มนั้นผู้เขียนก็ได้พูดไว้อย่างชัดเจนแล้วนะครับว่า
ในตัวของเราทุกคน มีทั้ง Introvert และ Extrovert อยู่
แต่ไม่รู้ทำไมพอเวลาผ่านไป ทุกคนต่างเข้าใจไปว่า ถ้าฉันเป็น Introvertแปลว่าฉันต้องชอบอยู่คนเดียวเท่านั้น
การจะไปปาร์ตี้สังสรรค์หรือพบปะผู้คนนั่นคือสิ่งที่ไม่ดีต่อร่างกายและจิตใจ มันจะดูดพลังจนไม่เหลือ และหากอยากชาร์จแบตก็ต้องกลับไปอยู่ที่ห้องอยู่คนเดียวเท่านั้น
ซึ่งนั่นมันก็ไม่ได้ถูกต้องซะทีเดียว บางทีการออกไปพบปะผู้คนโดยเฉพาะคนที่เราสนิทและไว้ใจ มันก็ดีต่อใจของเราไม่ต่างกัน
คนที่เป็น Introvert ไม่ได้แปลว่าต้องเก็บตัว และเข้าสังคมไม่เก่งสักหน่อย ความจริงแล้ว เรื่องเก่งหรือไม่เก่งไว้ผมจะเขียนบทความแยกอีกที
แต่ขอสรุปสั้นๆให้ฟังนิดนึงตรงนี้ คนเราจะเก่งหรือไม่เก่งอะไรสักอย่างนั้น มันจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการฝึกฝนต่างหาก ต่อให้คนที่เป็น Extrovert หากขึ้นไปพูดบนเวทีครั้งแรก เคยสารภาพรักครั้งแรก หรือเคยเข้าสังคมครั้งแรก ก็ตื่นเต้นตัวสั่นไม่ต่างกันหรอก
ใช่ว่าพวกเขาจะสามารถรับมือได้ดีกว่าซะที่ไหน
ดังนั้นการเหมารวมว่า Introvert คือเข้าสังคมไม่เก่งอันนี้ผมไม่เห็นด้วยอย่างแรงเลย
แต่จะว่าพวกเขาก็ไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าแม้ผมจะเคยฟังรีวิวหนังสือต้นฉบับเล่มนั้นแล้วก็ตาม แต่ผมก็เคยมีช่วงเวลาหนึ่ง ที่มานั่งตัดสินตัวเองว่า ตัวฉันคือ Introvert หรือ Extrovert กันแน่ อยู่เหมือนกัน
แล้วผมพบว่าผมคือ Introvert เพราะการอยู่คนเดียวมันสบายใจกว่านั่นเอง แต่จุดที่มีความผิดปกติที่ผมเริ่มสังเกตได้ก็คือ คนที่อายุอานาไล่เลี่ยกับผม (รวมถึงคนดังหลายคนที่อายุเท่าผมหรือมากกว่าเล็กน้อย)
พวกเขาก็มักจะบอกว่า ตัวเองก็เป็น Introvert ด้วยเช่นกัน
ตอนผมได้ข้อมูลเหล่านี้มาผมก็แอบรู้สึกแปลกๆยังไงชอบกล ทำไมคนรอบตัวผมถึงเป็น Introvert กันหมดเลยล่ะ
จนกระทั่งผมเริ่มได้ดูรายการของวัยรุ่นและพบว่าวัยรุ่นสมัยนี้เป็น Extrovert กันเยอะมาก
ผมก็เลยลองย้อนอดีตกลับไปสมัยตอนที่ผมเป็นวัยรุ่น สมัยนั้นผมก็เข้าสังคมเยอะอยู่เหมือนกัน ถ้ามีใครมาถามผมณเวลานั้นผมอาจจะตอบว่าเป็น extervert ก็เป็นได้
ดูเหมือนช่วงเวลาและสถานะ รวมถึงเส้นทางชีวิตมันเป็นหนึ่งในสิ่งที่แอบกดดันเราอยู่เบาๆให้เราเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น
ทุกวันนี้ผมทำงานเลี้ยงลูก แล้วก็ทำงานเลี้ยงลูกวนไป แทบไม่มีสังคมเลย หากผมบอกว่าผมเป็น Extrovert และหาคนที่เป็น Extrovert คือคนที่ต้องเข้าสังคมแล้วล่ะก็ ผมคง ซี้แหงแก่ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วล่ะ
ดังนั้นผมจึงเป็น Introvert เพื่อความอยู่รอดนั่นเอง สังคมมันบีบให้เราเป็นตามครรลองของมัน
เอาล่ะมาถึงเรื่องที่ผมอยากจะพูดสักทีและสิ่งนั้นก็คือ
ผมไม่เชื่อเรื่องIntrovert และ Extrovert
ผมเชื่อในเรื่องสมดุลของชีวิต เชื่อว่าชีวิตที่ดีต้องมีการรักษา Balance
เก็บตัว หรือเข้าสังคม เราต้องรักษา Balance ให้อยู่จุดกึ่งกลางให้ได้มากที่สุด นั่นแหละคือชีวิตที่ดี
หลายครั้งหากเราตัดสินว่าตัวเองเป็นอะไรไปแล้ว เราก็มักจะทำตามเส้นทางนั้น เช่น Introvert คือคนเก็บตัวไม่ชอบเข้าสังคม เมื่อคุณตีตราว่าตัวเองเป็นคนแบบนั้นไปซะแล้ว
คุณจะไม่มีโอกาสได้เรียนรู้กันเข้าสังคมอีก
ในขณะเดียวกันถ้าคุณบอกว่าตัวเองคือ Extrovert คุณอาจจะพลาดช่วงเวลาที่ได้อยู่กับตัวเองก็ได้
คำนิยามคือสิ่งที่สำคัญมากๆ การนิยามว่าเราคืออะไรอาจจะฟังดูดี ฟังดูเหมือนว่าเรารู้จักตัวเองมากขึ้น แต่ในทางกลับกันผมมีความคิดเห็นว่า มันเป็นสิ่งที่ทำให้เราลืมความจริงที่ว่า เราไม่ได้เกลียดการอยู่กับตัวเองหรือการเข้าสังคมขนาดนั้นซะหน่อย
และที่สำคัญในหนังสือเขาก็พูดไว้อย่างชัดเจนตั้งแต่ในหน้าคำนามว่า ในตัวของมนุษย์เราทุกคนมีทั้ง Introvertและ Extrovert อยู่ด้วยกันทั้งหมด เพียงแต่มันจะมากน้อย ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และช่วงเวลาในขณะนั้นต่างหาก
ประโยคสำคัญเหล่านี้ถูกตัดหายไป มันถูกลืมและถูกแทนที่ด้วยการ คุณคืออะไรระหว่าง Introvert กับ Extrovert
เรื่องเล่าของคนเป็น Introvert ปลอม
สมัยมหาลัยมีเทรนหนึ่ง ที่ดังมากๆครับ เทรนนั้นคือการเที่ยวคนเดียว ใครๆก็เริ่มลุกขึ้นออกไปเที่ยวคนเดียวกัน และได้พรั่งพรูข้อดีของการเที่ยวคนเดียวให้คนอื่นได้ฟังกันเป็นแถว
และในขณะนั้นก็ได้มีเพื่อนผมคนหนึ่ง เขาตัดสินใจออกไปเที่ยวคนเดียวครั้งแรก ปรากฏว่ากลับมาถึงหอพักเขาร้องไห้เลย
ถามว่าทำไมนั่นก็เพราะว่า ชีวิตเขาปกติก็อยู่ตัวคนเดียวอยู่แล้ว นอนหอพักคนเดียว กินข้าวคนเดียว แถมในเทอมนั้นเขาต้องเรียนคนเดียวเพราะว่าสอบตกไป 1 วิชา
การต้องใช้ชีวิตตัวคนเดียวทั้งวันแบบนั้น แล้วยังจะออกไปเที่ยวคนเดียวอีก แบบนี้ต่อให้อินโทรเวิร์ด สักแค่ไหนยังไงก็เหงาครับ
น้ำตาของเพื่อนผมในวันนั้นทำให้ผมได้ตระหนักถึงการเที่ยวคนเดียว ว่ามันคืออะไรกันแน่
หลายคนบอกว่าการเที่ยวคนเดียวมันดีนะ ได้เจอมิตรภาพใหม่ๆ เจอเพื่อนใหม่ระหว่างทาง เวลามีคนมาพูดอะไรแบบนี้กับผมผมฮากลิ้งเลย
ก็ไหนบอกว่าอยากเที่ยวคนเดียว แล้วไปหาเพื่อนใหม่ทำไมล่ะน่ะ
เอาจริงๆนะ ผมจะสรุปทัศนคติของผมเกี่ยวกับการเที่ยวคนเดียวให้ฟัง
หากคุณเป็นคนที่ออกเดินทางเที่ยวคนเดียว แล้วมีความสุข แล้วรู้สึกว่ามันใช่ก็ตรงไปนะครับไปเที่ยวคนเดียวให้สนุกเลย
แต่หากคุณเป็นคนที่ ไปเที่ยวคนเดียวเพราะว่าหาคนไปด้วยไม่ได้ ไปเที่ยวคนเดียวเพราะว่าอยู่ตัวคนเดียวก็เลยไม่รู้จะชวนใคร
ถ้าชีวิตของคุณเป็นแบบนั้นคุณไม่ได้ชอบการเที่ยวคนเดียวคุณแค่ไม่มีตัวเลือกเท่านั้น
ชีวิตมันควรมีการรักษาสมดุล ควรสร้าง Balance ที่ดีให้กับชีวิต หากชีวิตของคุณยุ่งเหยิงวุ่นวายอยู่กับผู้คน มีคนเข้าหาอยู่ตลอดเวลา บางครั้งการหายไปเที่ยวคนเดียวบ้างก็น่าจะเป็นความคิดที่ดี
แต่หากชีวิตของคุณวันๆก็อยู่ตัวคนเดียวอยู่แล้ว การไปเที่ยวคนเดียวอีกมันจะเงียบเกินไป สู้ออกไปหากิจกรรมอะไรที่ทำกับผู้คนยังจะดีซะกว่า
บทความนี้ผมพิมพ์ซะยาวเลย แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอกทุกคนมีแค่ย่อหน้าสุดท้ายเท่านั้น
ถ้าใครขี้เกียจอ่านก็ก็มาอ่าน แค่ย่อหน้านี้ก็พอครับ
สิ่งที่ผมอยากจะบอก Introvertทั้งหลาย นั่นก็คือ
จงอย่าหลอกตัวเอง จงอย่าตัดสินตัวเอง และจงอย่าปิดกั้นตัวเอง ชีวิตคนเรามันควรลองทำหลายๆอย่าง และควรซื่อสัตย์กับตัวเองให้มากที่สุด ความจริงแล้วเราชอบแบบไหน อย่าหลงไปตามกระแส
จงเที่ยวคนเดียวหากอยากเที่ยวคนเดียว แต่ถ้าหากจิตใจของคนเหงาจนแทบทนไม่ไหวแล้วละก็ จงอย่าเที่ยวคนเดียว แต่จงเดินออกจากบ้านไปเพื่อไปพบใครสักคนที่เขาพร้อมที่จะเดินไปกับคุณ



ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น