10 วันที่หายไป: บทเรียนจากหวัดและการเตรียมพร้อมสำหรับชีวิต

 


วันแรกที่เป็นหวัดจนถึงวันนี้เวลาก็ได้ล่วงเลยไปแล้วกว่า 10 วัน อีกนัยหนึ่งก็คือ ผมอยู่เฉยๆ โดยไม่ได้ทำงานมาแล้วกว่า 10 วัน เพราะไม่มีเสียงในการอัดคลิปเลย 


ช่างเป็นช่วงเวลาพักผ่อนที่ไม่ค่อยมีความกังวลสักเท่าไหร่ อาจเพราะผมทำคลิปล่วงหน้าไปแล้ว 2 เดือน ดังนั้นถึงแม้จะหยุดทำสักเดือนก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร 


ภูมิใจอยู่เหมือนกันนะ พอวันหนึ่งได้ใช้จริงๆ ก็เลยรู้สึกว่าคิดถูกแล้วที่ทำตุนไว้ 


อันนี้ต้องให้เครดิตประสบการณ์ชีวิต สมัยที่เพิ่งทำพอดแคสต์แรกๆ ช่วงนั้นมีไฟมาก ก็เลยทำตุนไว้หลายตอน พอ3เดือนผ่านไปหมดไฟ แต่คลิปก็ยังมีออน 


ทำให้ได้เรียนรู้ว่า ในช่วงมีไฟให้รีบทำตุนไว้ เพราะช่วงหมดไฟอยากพักก็พักได้เลย ยังไงก็ไม่ขาดตอน 


ผมคิดเลยว่าถ้าเสียงกลับมาใช้ได้เหมือนเดิม ผมอาจจะทำคลิปตุนไปเลย 3 เดือนก็ได้ ไม่ก็4เดือนไปเลย จะได้หยุดอยู่เฉยๆสัก 1 เดือน แบบว่าพักผ่อนบ้าง อะไรบ้าง ….ว่าไปนั่นมีเวลาทำขนาดนั้นซะที่ไหน 


อย่างที่ทุกคนรู้กัน ในช่วงหยุดพักผมได้สร้างบล็อก บล็อกนี้ขึ้นมา

ถึงจะยังเป็นบล็อกลับๆ ที่ยังไม่ได้มีการโปรโมท ก็เลยยังไม่มีใครเข้ามาอ่าน แต่ก็นะ เพิ่งมีบทความเดียวเอง แถมบทความแรกก็ไม่ใช่บทความที่ควรโปรโมทซะด้วย 


งั้นก็อยู่เงียบๆไปอีกสักพักก็แล้วกัน 


สิ่งที่ได้เรียนรู้จากการเขียนบทความแรก ทำให้ผมอ้าปากค้างกันเลยทีเดียว 


คือผมก็เช็คดีแล้วนะ อ่านตรวจ 2 รอบ 3 รอบ ก่อนที่จะกดโพสต์แต่ปรากฏว่า วันนี้ผมกลับไปอ่านมาอีกรอบนึง ก่อนที่จะเขียนบทความนี้ พบว่าบทความแรก มีจุดที่สะกดผิดตั้ง 3 จุดแน่ะ 


เป็นอะไรที่เหลือเชื่อมาก มันเหมือนกับว่าแม้เราจะตั้งใจทำให้มันออกมาดีสักแค่ไหน สุดท้ายก็หนีความผิดพลาดไม่พ้น 


การเรียนรู้เรื่องนี้ยิ่งตอกย้ำว่าการทำคลิปล่วงหน้าสำคัญแค่ไหน และการมีแผนสำรองสำคัญเพียงใด 


ถึงแม้เราจะจัดตารางงานได้อย่าง Perfect สักเพียงใด แต่ไม่ว่ายังไงมันก็อาจจะมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นก็ได้ อย่างเช่นผม ใครจะคิด ว่าจะติดหวัดจากลูกสาวจนต้องหยุดไปเลย 10 วัน 


ถึงแม้ผมจะเขียนบล็อก บล็อกนี้ขึ้นมา แต่นี่ไม่ใช่แผนสำรองของผมหรอกนะ ผมยังคงตามหามันอยู่ 


บางทีการได้ทำอะไรในโลกออฟไลน์บ้างก็อาจจะดีกว่าก็ได้ เช่นไปขายหมูปิ้งที่ตลาด ว่าไปนั่น 


การที่เรายังไม่รู้ว่าจะทำอะไรในสิ่งที่เราไม่ถนัดได้บ้าง นั่นก็เพราะว่าเราไม่มีความรู้ยังไงละ ดังนั้นสิ่งที่ผมต้องทำในตอนนี้คือ เรียนรู้นั่นเอง


อย่างที่เขาว่า รู้ไว้ใช่ว่า ใส่บ่าแบกหาม 


ดังนั้นถ้าใครก็ตามผ่านเข้ามาเจอบทความนี้ แล้วกำลังคิดหาอะไรทำหรือหาแผนสำรองให้กับชีวิต แต่ไม่รู้จะเริ่มยังไง เริ่มไปพร้อมๆกับผม


เริ่มจากการศึกษาสิ่งที่น่าสนใจกันเถอะ แน่นอนสิ่งนั้นต้องทำเงินได้ด้วยนะ ก็แหมเราอยู่ในโลกทุนนิยมนี่นา 



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

AI ทำให้ชีวิตง่ายขึ้น...แต่ผมกลับขี้เกียจลง

เมื่อคนทำช่องใช้เสียง...ไม่มีเสียง: บทเรียนจากไข้หวัด

มองหา กับ มองเห็น : เมื่อคำตอบของชีวิตไม่ได้มีเพียงหนึ่งเดียว